28/9/54

วงดนตรีในดวงใจของผม

 สำหรับ Blog นี้ ผมอยากจะนำเสนอวงดนตรีที่ผมชอบมากที่สุดในประเทศไทย นั่นก็คือวง " BODYSLAM "


          บอดี้สแลม (Bodyslam) เป็นวงดนตรีร็อก ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย โดยที่คนที่เป็นที่รู้จักกันดีจากวงนี้ก็คือนักร้องนำของวง อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน) ทั้งนี้เพลงส่วนใหญ่ได้อิทธิพลมาจากดนตรีร็อกจากฝั่งสหรัฐอเมริกาในยุคต้น 90 ผสมผสานกับดนตรีแนวโปรเกรสซีฟร็อก


ประวัติ

         
         

          บอดี้สแลม มีชื่อวงเดิมว่า ละอ่อน โดยมีสมาชิกจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ทั้งหมด 6 คน โดยในปี พ.ศ. 2539 ได้เข้าประกวดวงดนตรี ประเภทมัธยมศึกษาของ คลื่นวิทยุ Hot Wave ในงาน Hot Wave Music Awards และ ได้รางวัลชนะเลิศ ทำให้วงละอ่อนได้รับการเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด มิวสิกบั๊กส์ โดยออกอัลบั้มแรกและอัลบั้มที่สองแล้วจึงแยกวง




          ภายหลังในปี พ.ศ. 2545 ทางสมาชิกเก่าของวงละอ่อน 3 คน ได้มีการรวมวงใหม่อีกครั้งภายใต้การดูแลของทีม Mango Team และ ออกสตูดิโออัลบั้มแรกภายใต้ชื่อของวง Bodyslam โดยที่อัลบั้มมีชื่อว่า Bodyslam โดยที่เพลงที่ประสบความสำเร็จคือเพลง"งมงาย" และเพลงฮิตอื่นๆในอัลบั้ม เช่น สักวันฉันจะดีพอ,ทางของฉัน ฝันของเธอ,ย้ำ,และ อากาศ ทำให้วงบอดี้แสลม เริ่มเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในอัลบั้มแรก
         



          ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 อัลบั้ม Drive ก็ได้ออกมาวางจำหน่ายโดยที่มีเพลง "ความซื่อสัตย์"และ"ปลายทาง" ประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยที่ หลังจากออกอัลบั้ม Drive เสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาก็ออกจากค่ายมิวสิกบั๊กส์และเซ็นต์สัญญากับ จีนี่ เรคอร์ด ซึ่งอยู่ในสังกัด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งเป็นสังกัดเดียวกับศิลปินรุ่นพี่วงบิ๊กแอส (BIG ASS) และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในวงเกิดขึ้นเมื่อ เภา-รัฐพล พรรณเชษฐ์ มือกีตาร์ของวงก็ได้ขอแยกตัวออกไปทำอัลบั้มเดี่ยว (ในชื่อ Present Perfect) สังกัด ค่ายสนามหลวง


         

          อัลบั้ม Believe (พ.ศ. 2548) ทางวงได้หาสมาชิกใหม่เพื่อมาทำสตูดิโออัลบั้มใหม่ โดยที่มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาคือ ยอด-ธนชัย ตันตระกูล มือกีตาร์ที่เคยเป็นนักดนตรีแบ็คอัพให้กับหลายศิลปิน ในตำแหน่งมือกีตาร์ กับ ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด มือกลองที่เคยแบ็คอัพ ให้กับ BODYSLAM มาตั้งแต่อัลบั้มแรก โดยที่หลังจากได้สมาชิกครบแล้ว พวกเขาก็ออกสตูดิโออัลบั้มใหม่ ในชื่อว่า Believe เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ลแรกกับเพลง "ขอบฟ้า" ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี และมีอีกหลายเพลงในอัลบั้มที่ได้รับความนิยม เช่น "ความรักทำให้คนตาบอด" "พูดในใจ" "คนที่ถูกรัก" และเพลงได้มีแขกรับเชิญพิเศษ "แอ๊ด คาราบาว" ในเพลง "ความเชื่อ" ยังมีเพลงอื่นๆ ที่นิยมอีก อาทิ "ห้ามใจ" "รักก็เป็นอย่างนี้"




          อัลบั้ม Save My Life (พ.ศ. 2550) เพลงเปิดตัวเพลงแรกของสตูดิโออัลบั้มนี้ คือเพลง "ยาพิษ" เมื่อออกสู่ผู้ฟัง ก็ได้รับการตอบรับไม่น้อย เนื่องจากเนื้อหาและความหนักหน่วงทางดนตรีที่เพิ่มขึ้นมาก (มีดนตรีแนว Alternative ให้เห็นอย่างเด่นชัด) อาจจะรู้สึกได้ว่าในสตูดิโออัลบั้มนี้ แนวทางดนตรีของทางวงได้มีการเปลี่ยนแนวไป โดนเพลงอื่นๆในอัลบั้มที่เป็นที่นิยมก็มีหลายๆเพลงเช่น 'ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ,อกหัก,นาฬิกาตาย' ในอัลบั้มนี้ ตูนได้แต่งเพลงเองสองเพลงคือเพลง แค่หลับตา ซึ่งเพลงนี้ตูนได้ร้องคู่กับปนัดดา เรืองวุฒิ และเพลงขอบคุณน้ำตา และอีกเพลงที่ตูนแต่งเพลงร่วมกับ ขจรเดช พรมรักษา หรือ กบ Big Ass โปรดิวเซอร์ก็คือเพลง ยาพิษ และเป็นเกียรติของวง ที่เพลง เสี้ยววินาที ถูกใช้เป็นเพลงประกอบโฆษณา 24thSea Games 2007 Information Center Nakhon Ratchasima THAILAND
         



อัลบั้ม Project "PLAY" (พ.ศ. 2552) เป็น อัลบั้มพิเศษของทาง Gmm Grammy ที่จัดขึ้นมาเพื่อฉลอง 25 Gmm Grammy โดยอัลบั้มนี้จะอยู่ในหมวดของ Rock โดยให้แต่ละศิลปินได้เลือกเพลงเก่าของตำนานของ Gmm Grammy มา Cover ใหม่ ให้เป็นแนวของศิลปินเอง โดยทางวงได้เลือกเพลง เสียดาย ของ ธงไชย แมคอินไตย์
         



          อัลบั้ม คราม (พ.ศ. 2553) สตูดิโออัลบั้ม ลำดับที่ 5 ของบอดี้แสลม หลังจากที่ ตูน นักร้องนำได้ลาสิกขาบทออกมา โดยการเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ในสตูดิโออัลบั้มนี้ เพลง "คราม" ซึ่งมาพร้อมกับความแปลกใหม่ ในการใช้ซินธิไซเซอร์ ผสมลงไปในเพลงด้วย ตามด้วยซิงเกิ้ลที่ 2 อย่างเพลง"ความรัก" ซึ่งกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดของอัลบั้มนี้ และมียอดการดาวน์โหลดสูงสุด ต่อมาในช่วงกลางปี ก็ได้ปล่อยเพลง "คิดฮอด" เพลงที่สร้างความแปลกใหม่ให้วงการเพลงร็อกไทย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทางวง ได้นำเอาทำนองแบบหมอลำเข้ามาผสมในเพลงด้วย โดยได้เชิญ ศิริพร อำไพพงษ์ มาช่วยกันแต่งเนื้อใส่ในเพลงร็อกสไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของหมอลำจากพวกเค้า สร้างกระแสให้เพลงนี้เป็นที่พูดถึงมากในชุดนี้ก็ว่าได้ และยังมีเพลงในอัลบั้มที่เป็นที่นิยม อย่าง "เปราะบาง" และ "แสงสุดท้าย"


สมาชิกของวง

นักร้อง-นักดนตรี
  • อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน) - ร้องนำ,กีตาร์
  • ธนดล ช้างเสวก (ปิ๊ด) - เบส, คอรัส
  • ธนชัย ตันตระกูล (ยอด) - กีตาร์
  • สุชัฒติ จั่นอี๊ด (ชัช) - กลอง (อัลบั้มที่ 1 และ 2 เป็นมือกลองแบ็คอัพ และตั้งแต่อัลบั้มที่ 3 จนถึงปัจจุบัน ได้ร่วมเป็นสมาชิกของวง
  • โอม เปล่งขำ (โอม) - คีย์บอร์ด (คีย์บอร์ดในอัลบั้ม 4 และ 5 พาทของดนตรีมีอิเล็กทรอนิกส์เยอะขึ้นจึงได้ชวนมาร่วมงานเป็นแบ็คด้วย)

อดีตสมาชิก

  • รัฐพล พรรณเชษฐ์ (เภา) - กีตาร์ (มีผลงานร่วมกับ Bodyslam ในอัลบั้มที่ 1 และ 2)
  • แยกตัวออกไปทำอัลบั้มเดี่ยวในชื่อ PAO PRESENT PERFECT ปัจจุบัน ปัจจุบัน ได้ออกอัลบั้มเป็นวง
  • หลังจากแยกจากบอดี้สแลม รัฐพลออกอัลบั้มเดี่ยว ในอัลบั้มชื่อ Present Perfect สังกัดค่ายสนามหลวง ในเครือแกรมมี่ มีเพลงฮิต เช่น คนไม่มีปีก ซ้ำไปซ้ำมา


*-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------*
http://th.wikipedia.org/wiki/บอดี้สแลม
http://1.bp.blogspot.com/_Ng_biGgYggA/TSnEtLZmkKI/AAAAAAAAACw/96BifdEU79w/s1600/whTm8s689776-02.gif
http://radio.sanook.com/cover/01203_big.jpg
http://radio.sanook.com/cover/01085_big.jpg
http://www.shopping8000.com/ProductCoverPic/G-0548057.jpg
http://music.kimfree.com/musicpic/Save%20My%20Life.jpg
http://1.bp.blogspot.com/_5BMIftaIj58/TCnAjaBoWXI/AAAAAAAAACk/Soju9IzC9-I/s1600/play_bodyslam1.jpg
http://www.lyricsmusica.it/img/canzoni/b/bodyslam-คราม_krarm-48832075.jpg

ตัวอย่างแนวเพลงของประเทศไทย






























*-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------*
http://www.youtube.com/watch?v=NbHNZ2w5xQg&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=2mvUVJqAW8M&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=RbqP0u51oBU&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=nykZYTXvN28&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=gXmf5STI08A&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=iuW_JfI4twg&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=s2qF7Jd9xzc&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=vFXIPKnLkr4&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=YG2I_rtk3dA&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=AwJ0YB-AszY&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=SPIy35q9RoQ&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=dkl8olEbbEU&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=Xep4IPANKbA&feature=player_embedded
http://youtu.be/s1QVTTComlM

รายชื่อค่ายเพลงในประเทศไทย

รายชื่อค่ายเพลงและกลุ่มเพลงในประเทศไทย (ใหญ่ๆ)



  • กามิกาเซ่
  • ก้านคอคลับ
  • แกรมมี่
  • จีนี่ เรคคอร์ดส
  • โซนี่ มิวสิค
  • ทรู แฟนเทเชีย
  • บีลีฟ เรคคอร์ดส
  • เบเกอรี่มิวสิค
  • มอนสเตอร์ มิวสิค
  • มอร์ มิวสิค
  • มิวสิค บั๊กส์
  • เลิฟอีส
  • สนามหลวงการดนตรี
  • สไปรส์ซี่ดิสก์
  • สมอลล์รูม
  • อัพจี
  • อาร์เอส
  • เอ็กแซ็กท์

                         



*-----------------------------------------------------------------------------------------------------*
http://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อค่ายเพลงในเมืองไทย
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/9/9e/Gmm.gif
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/0/05/RS_logo_2011.jpg
http://www.es-vector.com/home_es/images/stories/logo/2-10/loveis.jpg
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/0/05/True_Fantasia.jpg
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/7/7d/Sonymusiclogo.jpg

แนวเพลง

          แนวเพลง เป็นการจำแนกเพลงที่มีลักษณะพื้นฐานต่าง ๆ ร่วมกัน โดยอาจไม่ได้คำนึงถึงเกี่ยวกับด้านดนตรีอย่างเดียว (เช่น ที่มาของเพลง และ เนื้อหาของเพลง เป็นต้น) อาจพูดได้ว่า แนวเพลงนั้นพิจารณาจาก เทคนิค รูปแบบ บริบท ที่มา และเนื้อหาของเพลง เป็นต้น

ประเภทของแนวเพลง

อาจแบ่งเป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆ ได้ดังนี้
  • คลาสสิก
  • กอสเปล
  • แจ็ซ
  • ลาติน
  • บลูส์
  • รึทึมแอนด์บลูส์
  • พังก์
  • ร็อก
  • โกธิกร็อก
  • เมทัล
  • ป็อป
  • คันทรี
  • อิเล็กทรอนิกส์
  • อิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ เฮาส์ แทรนซ์ ยูเคการาจ เทคโน ดรัมแอนด์เบส
  • อิเล็กทรอนิกา
  • เมโลดิก
  • สกา เร้กเก้ ดั๊บ
  • ฮิปฮอป แร็ป บิ๊กบีต ทริปฮอป
  • เวิลด์มิวสิก
  • ชิลล์เอาท์ ดาวน์เท็มโป แอมเบียนต์
  • เพลงลูกกรุง
  • เพลงลูกทุ่ง
  • เพลงเพื่อชีวิต




*-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------*
http://th.wikipedia.org/wiki/แนวเพลง

ประวัติเพลงไทยสากล

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการฝึกหัดทหารตามแบบยุโรป ซึ่งมีการใช้ดนตรีบรรเลงประกอบการฝึกทหาร โดยใช้ดนตรีประเภทแตรวง จากบันทึกของ เทาเซนต์ แฮรีส ทูตชาวอเมริกันที่เข้ามาเมืองไทย กล่าวว่า “วงดนตรีของเขาแปลกใหม่ที่ดึงดูดความสนใจของคนไทยที่พบเห็นเป็นอันมา” และ คนไทยเริ่มคุ้นกับแตรวงหรือแตรฝรั่งตั้งแต่นั้น จนในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 Jacob Feit (ผู้เป็นบิดาของ พระเจนดุริยางค์) ชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน เข้ามารับราชการเป็นครูแตรวงในพระราชสำนักของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ (วังหน้า) ปรับปรุงแตรวงทหารในปี พ.ศ. 2420 วงแตรวงทหารในเวลาต่อมาได้รับการเรียกชื่อใหม่ว่า “วงโยธวาทิต” (Military Band) ในราชสำนักไทยมีการเล่นดนตรีสำหรับบรรเลงทั้งดนตรีไทยและดนตรีตะวันตก

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์
กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
           
           สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงเป็นผู้นำการแต่งทำนองเพลงตามมาตรฐานดนตรีสากลและในการประพันธ์เพลงสำหรับบรรเลงด้วยแตรวงโดยเฉพาะเพลงวอลซ์ปลื้มจิต ในปี พ.ศ. 2446 สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพลงไทยสากลเพลงแรกในประวัติศาสตร์ดนตรีของเมืองไทย เพลงต่าง ๆ เหล่านี้ทรงนิพนธ์โดยใช้โน้ตและจังหวะแบบสากล และจากพระปรีชาสามารถในการทรงประพันธ์เพลง จึงทรงได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดาแห่งเพลงไทยสากล”


          
          ละครร้องได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี พ.ศ. 2451 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ซึ่งทรงดัดแปลงมาจากละครมาเลย์ที่เรียกกันว่า “มาเลย์โอเปร่า” หรือ “บังสาวัน” และทรงตั้งชื่อละครคณะใหม่นี้ว่า “ปรีดาลัย” ลักษณะของเพลงมีเนื้อร้องมากเอื้อนน้อยและให้ลูกคู่เป็นผู้เอื้อนแทนนักแสดง ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงนั้น จนในปี พ.ศ. 2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างวงดนตรีในราชสำนักเรียกว่า “วงเครื่องสายฝรั่งหลวง” และโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนเพื่อสอนดนตรีทุกประเภทที่ชื่อ โรงเรียนพรานหลวง ที่สวนมิสกวัน นอกจากนั้นทรงสร้าง “กาแฟนรสิงห์” บริเวณมุมถนนศรีอยุธยาลานพระราชวังดุสิต ให้ประชาชนพักผ่อน มีสถานที่ขายอาหาร และยังจัดบรรเลงดนตรี วงดุริยางค์สากลและวงปี่พาทย์ให้ประชาชนฟัง ทุก ๆ วันอาทิตย์เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น.
พระเจนดุริยางค์
         

          จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ดนตรีตะวันตกเริ่มแพร่หลายเข้าสู่ประชาชนอย่างกว้างขวางตามลำดับ ทรงส่งเสริมไห้มีการฝึกดนตรีตะวันตกในหมู่ข้าราชการบริพารและนักดนตรีไทย ซึ่งมีนักดนตรีที่เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่าง พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) และอีกบุคคลหนึ่งในวงเครื่องสายฝรั่งหลวง เป็นหัวหน้าวงกรมโฆษณาการนั่นคือ เอื้อ สุนทรสนาน




          เพลงไทยสากล อาจพูดได้ว่าที่มา เกิดจาก 2 สายคือ สายทางละครและสายทางภาพยนตร์ สายทางละครนั้นละครคณะปรีดาลัยเป็นต้นกำเนิด มีลักษณะเป็นเพลงไทยที่ร้องตามทำนองฝรั่ง ส่วนทางสายภาพยนตร์ สันนิษฐานว่าชาวญี่ปุ่นเป็นชาติแรกที่นำเข้ามาฉายในเมืองไทยราวปี พ.ศ. 2471 ในช่วงแรกเป็นภาพยนตร์เงียบ จึงมีการริเริ่มทำเพลงประกอบเพื่อเพิ่มอรรถรสสำหรับผู้ชม โดยใช้แตรวงบรรเลงก่อนการฉายและขณะทำการฉายหนัง เพลงที่บรรเลงเป็นเพลงสากลกับเพลงไทยเช่น เพลงแบล็คอีเกิ้ล และเพลงของทูลกระหม่อมบริพัตรคือเพลงมาร์ชบริพัตรและวอลซ์ปลื้มจิต


          ในสมัยรัชกาลที่ 6 ภาพยนตร์ตะวันตก ทำให้คณะละครที่มีชื่อเสียงต้องหยุดลงไป มีละครสลับรำ (คือมีร้องเพลงประกอบบ้าง) ได้รับความนิยมแทน แต่ละครเพลงเหล่านี้ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าภาพยนตร์ตะวันตก ความนิยมในละครประเภทนี้ก็ลดลงตามลำดับ จนในปี พ.ศ. 2470 จวงจันทร์ จันทร์คณา (พรานบูรณ์) ผู้ประพันธ์เรื่องและเพลงของคณะละครศิลป์สำเริง (คณะละครของแม่เลื่อน) ประวัติ โคจริก (แม่แก้ว) ผู้ประพันธ์เรื่องและเพลงของคณะละครนครบันเทิง (คณะละครของแม่บุญนาค) และสมประสงค์รัตนทัศนีย์ (เพชรรัตน์) แห่งคณะละครปราโมทย์นคร (คณะละครของแม่เสงี่ยม) ได้พัฒนาเพลงประกอบละคร “โดยการดัดแปลงจากเพลงไทยเดิมที่มีทำนองสองชั้นมาใส่เนื้อร้องแทนทำนองเอื้อนใช้ดนตรีคลอฟังทันหูทันใจ เป็นที่นิยมของประชาชนซึ่งเรียกกันว่าเพลงเนื้อเต็มหรือเนื้อเฉพาะแต่ยังคงใช้ปี่พาทย์บรรเลงเหมือนเช่นเดิมอยู่”


          เพลงไทยสากล ในสมัยของพรานบูรณ์ (2470-2472) มีลักษณะเป็น “เพลงไทยเดิมสากล” ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงไทยเดิม พรานบูรณ์ได้แต่งเพลงลักษณะนี้อีกเป็นจำนวนมาก และในปี พ.ศ. 2474 พรานบูรณ์และเพชรรัตน์แห่งละครคณะศรีโอภาสได้นำดนตรีสากลประเภทเพลงแจ๊ส (Jazz Band) หรือ รหัสดนตรี เป็นส่วนประกอบละครเรื่อง “โรสิตา” และนำทำนองเพลง “วอลซ์ปลื้มจิต” มาใส่เนื้อร้อง ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการเผยแพร่บทเพลงออกอากาศทางสถานีวิทยุ 7 พี.เจ. ที่ศาลาแดง และมีการบันทึกแผ่นเสียง โดยห้างนายต.เง็กชวน และในปีเดียวกันพรานบูรณ์ร่วมงานกับคณะละครจันทโรภาสก็โด่งดังที่สุดขั้นด้วยละครร้องเรื่อง”จันทร์เจ้าขา” ซึ่งมีสถิติการนำออกแสดงถึง 49 ครั้ง ติดต่อกันแทบทุกโรงมหรสพที่มีในพระนครและธนบุรี โดยพรานบูรณ์แต่งเพลงไทยสากล มีลีลาทำนองอ่อนหวานอาทิ เพลงจันทร์เจ้าขา จันทร์สวาท จันทร์ลอย จันทร์จาฟ้าจันทร์แฝงหมอก ขวัญของเรียม ในช่วงนั้นบทเพลงประกอบละครร้องเป็นที่นิยมแพร่หลายโดยทั่วไปตราบจนกระทั่งความนิยมละครร้องลดน้อยลงไป ในขณะที่ภาพยนตร์พูดเสียงในฟิล์ม เข้ามาได้รับความนิยมแทน ซึ่งทีบทขับร้องประกอบด้วย


         ในสมัยรัชกาลที่ 7 ความนิยมในภาพยนตร์ตะวันตกเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ มีการสร้างศาลาเฉลิมกรุงในปี พ.ศ. 2474 สกุลวสุวัต ซึ่งมี มานิต วสุวัต หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) กระเศียร วสุวัต และการะแส วสุวัต แห่งศรีกรุงภาพยนตร์ทำภาพยนตร์เสียงในฟิล์มหรือภาพยนตร์พูดได้เป็นครั้งแรกชื่อเรื่องว่า “หลงทาง” ดนตรีประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ดนตรีสากลบรรเลงเพลงไทยแท้ มีเนื้อร้อง ทำนองที่มีเอื้อนเพียงเล็กน้อย ซึ่งได้แก่เพลงพัดชา บัวบังใบ ฯลฯ เป็นต้น และในปี พ.ศ. 2476 ภาพยนตร์เรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” โดยมี ขุนวิจิตรมาตรา กำกับการแสดงและเรือโทมานิต เสณะวีนิน ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อว่า “เพลงกล้วยไม้” ซึ่งนับเป็นเพลงไทยสากลเพลงแรก ในการแต่งทำนองตามหลักโน้ตสากลในประวัติศาสตร์เพลงของเมืองไทย ขับร้องโดย องุ่น เครือพันธ์ และมณี บุญจนานนท์ ขับร้องหน้าเวทีสลับการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เรียกว่าเพลงไทยสากล น่าจะเพราะ เป็นเพลงไทยที่มีเนื้อร้องภาษาไทยแต่มีท่วงทำนองลีลาและจังหวะเป็นแบบสากล


          ในปี พ.ศ. 2477 กระทรวงกลาโหมสร้างภาพยนตร์ “เลือดทหารไทย” มีเพลงประกอบ 3 เพลงคือ “มาร์ชไตรรงค์” “ความรักในแม่น้ำเจ้าพระยา” และ “มาร์ชเลือดทหารไทย” ประพันธ์โดยเรือโทมานิต เสนะวีณิน และยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่ประพันธ์โดย เรือโทมานิต และขุนวิจิตรมาตรา เช่น ตะวันยอแสง จากเรื่อง“เลือดชาวนา” เพลงบวงสรวงจากเรื่อง “เมืองแม่หม้าย” ฯลฯ และหลังจากที่เรือโทมานิต เสนะวีณิน ถึงแก่กรรมลงในปี พ.ศ. 2479 ได้เกิดนักแต่งเพลงคนใหม่คือนารถ ถาวรบุตร มีเพลงเพลงที่เป็นที่นิยมมากมาย เช่น พลับพลึงไพร ชื่นชีวิต แสนอาลัย ใจสนองใจ เป็นต้น


          ในปี พ.ศ. 2478 ทางราชการได้แต่งเพลงขึ้นอีก 2 เพลงคือเพลงชาติและเพลงเถลิงรัฐธรรมนูญ และยังมีเพลงที่สำคัญ เช่น รักเมืองไทย เลือดสุพรรณ ศึกถลาง แหลมทอง เป็นต้น ส่วนเพลงเพื่อกองทัพนั้นได้รับความนิยมสูงมากจนถึงกับนำไปเป็นเพลงสัญลักษณ์ก่อนการฉายภาพยนตร์ และเมื่อสงครามระหว่างไทยกับอินโดจีนเกิดขึ้นเพลงปลุกใจก็ยิ่งมากขึ้น เช่นเพลงแนวรบแนวหลัง ทหารไทยแนวหน้า มณฑลบูรพา เป็นต้น


          ในปี พ.ศ. 2480 ได้มีการสร้าง เรื่อง “เพลงหวานใจ” โดยมีขุนวิจิตรมาตราเป็นผู้แต่งบทภาพยนตร์ คำร้องเพลงประกอบภาพยนตร์และกำกับการแสดง นารถ ถาวรบุตร เป็นผู้แต่งทำนองเพลง และในปีเดียวกัน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล เป็นหัวหน้าวงดนตรีมีนักดนตรีที่สำคัญในวงเช่น เอื้อ สุนทรสนาน เวส สุนทรจามร สังเวียน แก้วทิพย์ จำปา เล้มสำราญ คีติ คีตากร (บิลลี่) ฯลฯ มีเพลงที่ได้รับความนิยมอย่าง “ลมหวล” และ “เพลิน” จากภาพยนตร์เรื่อง “แม่สื่อสาว”


          ในปี พ.ศ. 2482 มีการจัดตั้งกรมโฆษณาการโดยมีวิลาศ โอสถานนท์ เป็นอธิบดีคนแรก และมีการตั้งวงดนตรีของกรมโฆษณาการเพื่อบรรเลงเพลงส่งไปกระจายตามสถานีวิทยุและตามสถานที่ต่าง ๆ โดยมี เอื้อ สุนทรสนาน เป็นหัวหน้าวง เวท สุนทรจามร เป็นผู้ช่วย นักร้องรุ่นแรก ๆ ที่สำคัญ เช่น จุรี โมรากุล (มัณฑนา โมรากุล) ล้วน ควันธรรม รุจี อุทัยกร สุภาพ รัศมีทัต ชวลี ช่วงวิทย์ เป็นต้น โดยมีนักแต่งเพลงประจำวงที่สำคัญ คือเอื้อ สุนทรสนาน เวท สุนทรจามร ล้วน ควันธรรม และแก้ว อัจฉริยะกุล ร่วมกันแต่งเพลงออกมาจำนวนหนึ่งด้วยในปี พ.ศ. 2482 เช่นกัน และต่อมาได้ตั้งวงดนตรี “สุนทราภรณ์” ขึ้น ลักษณะของวงดนตรีสุนทราภรณ์เป็นแบบตะวันตกโดยใช้เครื่องเป่าเป็นหลัก เช่น ทรัมเปต คาริเนต และมีเครื่องสายผสม เช่น ไวโอลิน เป็นวงแบบ Big Band กำเนิดวงดนตรี สุนทราภรณ์นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเพลงไทยสากลในยุคปัจจุบัน


          จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ทำให้ขาดแคลนฟิล์มและสิ่งบันเทิง แต่ละครเวทีเป็นที่นิยมขึ้น ละครเกิดขึ้นอย่างมากมายที่สำคัญ เช่น คณะอัศวิน ของพระเจ้าภาณุพันธ์ยุคล คณะนาฎยากร ของ สด กูรมะโรหิต คณะศิวรมณ์ ของขุนสวัสดิ์ทิฆัมพร คณะวิจิตร เกษม ของบัณฑูรย์ องค์วิศิษย์ เป็นต้น ซึ่งคณะละครได้แต่งเพลงไทยสากล เพื่อใช้ประกอบการแสดงละครและเพลงร้องสลับการแสดงขณะเปลี่ยนฉากไว้เป็นจำนวนมาก


วง ดิอิมพอสซิเบิ้ล

         ในปี พ.ศ. 2507 เพลงไทยสากลได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เพลงลูกกรุง และเพลงไทยลูกทุ่ง และในระยะเวลาไล่เลี่ยกันกระแสเพลงร็อกแอนด์โรลของทางฝั่งตะวันตกอย่างวง เดอะ บีทเทิลส์ ได้รับความนิยมอย่างมาก ในส่วนของประเทศไทยได้มีการประกวดเพลงไทยสากลแนวใหม่ชิงถ้วยพระราชทานนั่นคือ เพลงสตริงคอมโบ (ใช้เครื่องเป่าผสมกีตาร์เป็นหลัก) วงชนะเลิศคือวง ดิอิมพอสซิเบิ้ล ซึ่งเป็นวงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก


          ต่อมาในยุคที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตทางการเมือง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพลงไทยมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง สังคม และคนยากไร้ ใช้ดนตรีเรียบง่ายอย่างกีตาร์โปร่ง ที่รู้จักกันว่า "เพลงเพื่อชีวิต" มีวงที่มีชื่อเสียงอย่างวงคาราวาน ภายหลังปี 2521 เพลงแบบสตริงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เกิดวงดนตรีใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เช่น แกรนด์เอกซ์ คีรีบูน บรั่นดี อัสนี-วสันต์ และ ฯลฯ และเพลงสตริงก็ยังเป็นที่นิยมในตลาดจนถึงปัจจุบัน


          ในปัจจุบันมีแนวเพลงเพิ่มขึ้นหลากหลายมากขึ้น กลุ่มผู้ฟังได้แยกแตกกระจายเป็นกลุ่มๆ ตามความชอบของผู้ฟัง โดยในแต่ละกลุ่มก็มีการมอบรางวัลให้นักร้อง นักแต่งเพลง สำหรับแนวเพลงที่เกิดมาในยุคหลังก็เช่น แร็ป ฮิปฮอป เป็นต้น






*-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------*
http://th.wikipedia.org/wiki/เพลงไทยสากล
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/1/16/TheImpossibles.jpg/220px-TheImpossibles.jpg
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/0/02/ปิติ_วาทยากร.jpg/433px-ปิติ_วาทยากร.jpg
http://www.pantown.com/data/10219/album16/full/2006-05-31-003722.jpg